Home ข้อคิดสอนใจ แม่เลี้ยงบังคับให้ฉัน”แต่งงานกับคนสติไม่ดี”เพื่อนำเงินมาช่วย”น้องชายที่ป่วยหนัก”ฉันจึงตัดสินใจทำแบบนี้

แม่เลี้ยงบังคับให้ฉัน”แต่งงานกับคนสติไม่ดี”เพื่อนำเงินมาช่วย”น้องชายที่ป่วยหนัก”ฉันจึงตัดสินใจทำแบบนี้

4 min read
0
0
20

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชะตากรรมของเขาน่าสงสารมาก ต้องผ่านอุปสรรค์มากมายที่เกินกว่าเด็กคนหนึ่งจะรับไหว เธอชื่อ จือหยิง หลังคุณแม่คลอดเธอออกมาดูโลกได้ไม่นานเนื่องจากฐานะทางบ้านยากจนมาก แม่จึงหนีออกจากบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย ทิ้งพ่อกับจือหยิงไว้เพียงลำพัง

หลังจากนั้น 5 ปี พ่อก็แต่งงานใหม่ ในบ้านก็มีสมาชิกเพิ่มมาอีกคนนั้นคือน้องชายที่เกิดจากแม่เลี้ยง หลังจากที่น้องชายคลอดออกมาพ่อและแม่เลี้ยงก็ไม่สนใจจือหยิงอีกเลย ใช้ความรักดูแลเอาใจใส่น้องชายคนเดียว แม่เลี้ยงก็เหมือนกันแม่โดยทั่วไปที่จะรักลูกของตนเองมากกว่าลูกของคนอื่น ทำให้จือหยิงต้องกลายเป็นเหมือนเด็กรับใช้ต้องทำงานบ้านทั้งหมด เรื่องงานบ้านหากทำไม่ดีก็โทษแต่จือหยิง หากเถียงก็จะโดนไม่ก็ให้อดอาหาร

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

ชีวิตที่ทุกข์ทนแบบนี้ก็ผ่านไปเรื่อยเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี จือหยิงจังจำได้อย่างดีว่าในปีนั้นเองน้องชายป่วยหนักและไม่มีเงินค่ารักษา แม่เลี้ยงขายของในบ้านเกือบทั้งหมดก็ไม่พอค่ารักษา ต่อมาจึงคิดที่จะขายจือหยิงให้แต่งงานกับลูกชายคนเดียวของบ้านคนมีฐานะที่ไม่สมประกอบ ชายคนนี้อายุ 30กว่าปีแล้วยังหาสะใภ้ไม่ได้เลย พ่อแท้ๆของฉันเลือกลูกชายมากกว่าจะเลือกลูกสาว พ่อพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาแบบนี้ละกันนะ”

รุ่งขึ้น พ่อกับแม่เลี้ยงบอกกับจือหยิง แต่เธอไม่ยินยอมและปฎิเสธ ร้องไห้ขอร้องพ่อของเขาว่า “อย่าให้หนูแต่งงานกับลูกชายบ้านนั้นเลยนะคะ” แต่พ่อก็ไม่ฟัง สุดท้ายน้องชายทนดูไม่ได้ที่เห็นพี่สาวต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ จึงแกล้งบอกพ่อแม่ว่าอยากกินอาหารอย่างๆนั้นอย่างนี้เพื่อนหลอกล้อให้พ่อแม่ออกมาจากบ้านไป เมื่อพ่อแม่เดินออกไปแล้ว น้องชายก็บอกว่า “พี่สาวรีบเก็บข้าวของแล้วหนีไป อย่ากลับมาอีกนะ” จือหยิงมองหน้าน้องชายที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็เลือกเดินจากไป ระหว่างทางจือหยิงร้องไห้เสียใจเพราะช่วยอะไรน้องชายไม่ได้เลย

ในระหว่างทางจือหยิงเดินไปถึงตลาดของเมืองๆหนึ่ง เห็นคนเป็นอันมากกำลังมุงดูอะไรอยู่ จึงเดินเข้าไปดู เห็นหญิงวัยกลางที่ดูท่าทางเหมือนคนบ้า กำลังดึงมือเด็กผู้หญิงวัย15ปี คนหนึ่ง และพูดว่า “ลูกจ๋า ลูกจะไปไหน” เด็กผู้หญิงได้แต่ตอบไปว่า “ฉันไม่ใช่ลูกของเธอ ปล่อยมือนะ ผู้หญิงบ้าเอ้ย!” จากนั้นก็ทุบ ตี หญิงวัยกลางคนนั้น ปากของเธอร้อง “โอ๊ยๆ เจ็บ” แต่มือก็ไม่ยอมปล่อยเลย

จือหยิงเห็นแบบนี้แล้วจึงรู้สึกสงสารหญิงวัยกลางคนนั้นมาก จึงเดินเข้าไปแล้วบอกว่า “แม่จ๋า! หนูอยู่นี้เอง” จากนั้นคนมากมายที่มุงดูก็สลายวงเพราะคิดว่า ผู้หญิงไม่ปกตินี้เจอลูกสาวของตนแล้ว

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

เมื่อผู้คนเดินหายไปหมดแล้ว จือหยิงจึงปล่อยมือ แต่หญิงวัยกลางคนนั้นไม่ยอมปล่อย จือหยิงจึงบอกไปว่า “ฉันแค่หวังดีอยากจะช่วยไม่ให้คุณน้าโดนทำร้ายเท่านั้น” จือหยิงไม่รู้จะทำอย่างไรจึงส่งตัวเธอไปยังสถานีตำรวจเพื่อตามหาญาติของหญิงวัยกลางคนนี้

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงสามีของหญิงวัยกลางคนนี้ก็มา และบอกว่า “ภรรยาของผมเป็นบ้าเพราะ ก่อนหน้านี้เคยมีลูกสาวรุ่นกับจือหยิง แต่เพราะเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เราเสียลูกสาวไป ภรรยาผมเสียใจอย่างมากและยอมรับความจริงไม่ได้ ก็เริ่มมีอาการจิตหลอนไล่จับเด็กผู้หญิงที่อายุรุ่นๆลูกสาวหาว่าเป็นลูกสาวของเธอ สามีปกติจะขังไว้ในบ้านไม่ให้ออกมา แต่วันนี้ไม่รู้ภรรยาหนีออกมาได้อย่างไร ตามหาทั้งวันก็ไม่เจอ”

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

สามีรู้สึกขอบคุณจือหยิงมาก และเตรียมตัวจะพาภรรยาของเขากลับไป แต่หญิงวัยกลางคนนี้ไม่ยอมปล่อยมือจือหยิงเลย เมื่อสามีรู้ว่าจือหยิงก็ไม่มีที่ไปจึงบอกให้จือหยิงกลับบ้านไปอยู่ด้วยกัน จือหยิงก็ไม่รู้จะไปที่ไหนจึงกลับบ้านและอยู่อาศัยกับพวกเขา สองสามีภรรยาไม่มีลูกอีกหลังจากที่เพิ่งเสียลูกสาวไป ทั้งสองดีกลับจือหยิงมาก จือหยิงโชคดีที่ได้เจอครอบครัวนี้ที่ให้ความรักและเอาใจใส่จือหยิงอย่างดี อาการของหญิงกลางคนนั้นก็ค่อยๆดีขึ้น จนเกือบเป็นปกติดีแล้ว เพราะความรักที่ทั้งสองฝ่ายมีให้กันและกัน

หลายเดือนผ่านไปจือหยิงยังคงเป็นห่วงน้องชายที่ป่วยด้วยโรคร้าย ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง จึงพยายามถามข่าวจากเพื่อนบ้านบอกว่า น้องชายจากไปด้วยโรคร้าย แม่เลี้ยงรับไม่ได้ที่ลูกชายจาไปจึงกระโดดตึกต-ายตาม เหลือเพียงพ่อที่นั่งขอทานประทังชีวิตไปวันๆ

ขอขอบคุณที่มาจาก : liekr

loading...

Check Also

เปิดตำรา “เลขที่บ้าน” ชี้ชะตา คนอยู่จะเป็นสุขหรือทุกข์ พร้อมเคล็ดเสริมดวง

เรื่องโชคชะตานั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน วันนี้เราจะมาดูพลังของ…