Home ข้อคิดสอนใจ คุณรู้ไหมครับว่า? เรามีเวลาอยู่กับลูก ได้แค่ 10 ปีแรกเท่านั้น

คุณรู้ไหมครับว่า? เรามีเวลาอยู่กับลูก ได้แค่ 10 ปีแรกเท่านั้น

12 second read
0
0
46

พ่อแม่เลี้ยงลูกได้แค่ตัว วันหนึ่งลูกต้องมีชีวิตเป็นของตัวเค้าเอง คอยพยุงแต่ไม่ต้องโอบอุ้ม เค้าจะได้มีชีวิตที่มั่นคง มีจิตใจที่เข้มแข็ง อยู่ได้ในยามที่ไม่มีเราแล้ว

เรา.. มีเวลาอุ้มลูกนอน 6 เดือนแรก หลังจากนั้น .. เค้าจะนอนได้เอง

เรา.. มีเวลาอุ้มลูกเดินแค่ 1 ปีแรก หลังจากนั้น .. เค้าจะเดินได้เอง

เรา.. มีเวลากอดลูกเล่นได้นานๆ แค่ 2 ปีแรก หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ยอมให้กอดนานๆ

เรา.. มีเวลาพูดให้ลูกฟังตลอดแค่ 3 ปีแรก หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ฟังเราพูด

เรา.. มีเวลาอยู่กับลูกตลอดได้แค่ 10 ปีแรก หลังจากนั้น .. เค้าจะไม่ยอมอยู่บ้านกับเรา และ.. อยากอยู่กับเพื่อน.. มากกว่าเรา

เรา.. มีเวลาดูแลลูกได้แค่ 15 ปีแรก หลังจากนั้น .. เค้าอาจไม่อยากให้เรา..ดูแลเค้าอีก และ.. อยากมี ”ชีวิตของเค้าเอง”

ผ่านไป 30 ปี .. หลังลูกเกิด

เรา.. อาจจะไม่ได้เจอลูกอีก เพราะ.. ”เวลา” ของคนใดคนนึง..อาจหมดลง

ทำทุกๆ วัน .. ที่อยู่กับลูกให้มีค่า

เพราะ.. เวลานั้น .. ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ”ชีวิตสั้น” แต่.. ”ความรักความและผูกพัน” นั้นยาว…

และวันนี้เรามีเรื่องรวเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกคนด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น มาอ่านไปพร้อมๆ กันเลย

“เหตุเกิดเพราะแทรกแซงลูกมากเกินไป”

เด็กสาวคนหนึ่งเขียนระบายความรู้สึกมาถึงหมอในทวิตเตอร์  “หมอคะ หนูรู้สึกว่าแม่ยุ่งกับทุกๆ เรื่องของหนู จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ทั้งเรื่องกิน แม่บอกว่าห้ามกินอาหารที่ใส่ผงชูรส ใส่สีผสมอาหาร มันจะเป็นไปได้มั้ย? บางทีหนูก็ต้องกิน

พอรู้ว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่อนุสาวรีย์กับเพื่อนตอนไปเรียนพิเศษ แม่ก็ดุใหญ่ ไม่รู้ว่ามันอะไรขนาดนั้น เรื่องคบเพื่อน เพื่อนทุกคนของหนูแม่จะบอกว่าไม่ดี ให้เลิกคบ แม่จะเลือกให้ว่าคนไหนควรคบ แต่หนูไม่เชื่อก็แค่แอบๆ คบไปเรื่อยๆ

แต่นี่สุดๆ แล้ว จะมาบังคับเรื่องเรียนบอกให้หนูไปเรียน ม.4 ที่โรงเรียน… แต่หนูอยากไปเรียนแถวบ้านมากกว่า เพื่อนหนูไปสอบที่นี่ทุกคน ใกล้บ้านด้วย โรงเรียนที่แม่บอกมันต้องไปเรียนตั้งไกล แต่แม่ก็ไม่สนใจ บอกว่าโรงเรียนนั้นคนที่เรียนจะเข้ามหาลัยดีๆ ได้ หนูว่าของแบบนี้มันแล้วแต่คนมั้ย แม่ไม่ฟังอะไรเลย บางทีก็อยากหนีออกจากบ้านให้รู้แล้วรู้รอด อึดอัดมากอ่ะหมอ”

ฟังแล้วเข้าใจว่า น้องที่เขียนมาต้องรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจมาก และสำหรับคุณแม่ของน้อง หมอก็เข้าใจคุณแม่ ว่าที่ทำไปเพราะว่าความรักที่มีให้ลูกสาว แต่ในความรักสิ่งสำคัญที่ต้องมีก็คือ สติ ถ้ารักมากจนทำให้มีผลเสีย ความรักจะกลายเป็นการรังแก เหมือนที่เรียกกันให้เจ็บปวด ว่า พ่อแม่รังแกฉัน

พ่อแม่ที่เลี้ยงดูลูกแบบแทรกแซงไปทุกเรื่องแบบนี้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า over-involved parent ส่วนใหญ่พ่อแม่แบบนี้มักเป็นคนที่มีความวิตกกังวล ไม่ไว้ใจว่าถ้าไม่ช่วยลูกคิดช่วยตัดสินใจ ลูกจะทำอะไรเองได้ดีอย่างที่พ่อแม่ต้องการหรือทำให้หรือไม่ พ่อแม่จะตามติดลูก คอยสังเกต ควบคุมดูแลเรื่องต่างๆ แม้แต่เรื่องส่วนตัว

แต่พ่อแม่คงจะลืมคิดไปว่า พ่อแม่ไม่สามารถคอยวิ่งตามเพื่อคิดและตัดสินใจแทนลูกไปได้ทุกเรื่อง ลูกของพ่อแม่ที่แทรกแซงมากเกินไป เด็กมักจะมีปัญหา คือ พอจะคิดเองจริงๆ กลับคิดไม่เป็น ไม่มั่นใจในตัวเอง

เพราะที่ผ่านมาต้องพึ่งพาพ่อแม่ตลอด พ่อแม่อาจจะบอกว่าเด็กเป็นคนเชื่อฟังหัวอ่อน ให้ทำอะไรก็ทำหมด ไม่มีปากมีเสียง แต่จริงๆ มักมีความขัดแย้งลึกๆ ที่เด็กไม่กล้าพูดไม่กล้าบอก มีความต่อต้านอยู่ลึกๆ หลายคนหากเก็บกดมากๆบางทีก็กลายเป็นปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ บางคนจากที่เคยเชื่อมาตลอดก็ต่อต้านขึ้นมาทันที

มีเด็กคนหนึ่ง มาด้วย อยู่ดีๆ ก็ไม่ยอมไปโรงเรียน แต่พอถามประวัติไป พบว่าพ่อแม่คอยแทรกแซงมาตลอด ไม่เคยรู้ว่าจริงๆ ลูกกำลังอยากทำอะไร ลูกกำลังไม่มีความสุข พ่อแม่จะห่วงหรือกังวลกับลูกได้เป็นธรรมดา แต่อย่าลืมมีสติด้วย แม้ว่าเราจะเป็นพ่อแม่ของเค้า แต่ลูกก็ต้องโตไปมีชีวิตของตัวเอง เราอยู่กับลูกไม่ได้ตลอดไป

วันหนึ่งที่เขาต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง และไม่มีพ่อแม่คอยคิดหรือทำให้ ลูกจะอยู่เองได้ไหม ถ้าไม่ใช่พ่อแม่ที่ต้องฝึกให้ลูกคิดและทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แล้วลูกจะมีโอกาสทำอะไรเองเมื่อไหร่ แล้วตอนนั้นลูกจะพร้อมไหม เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องคิดให้หนักทีเดียว

ขอขอบคุณที่มาจาก : คิดเป็น.com, หมอมินบานเย็น

loading...

Check Also

10 เหตุผลทำไม? เด็กหลังห้อง มักได้ดีหลังสำเร็จการศึกษา

เด็กหลังห้อง – มักจะตั้งคำถาม ที่สวนทางกับการศึกษา เพราะเขาเชื่อว่ามีหลากหลายวิธี ที่จะได้…